20 ฟีเจอร์เด่น iPhone XS และ iPhone XS Max ที่สร้างความแตกต่าง
เมื่อไม่กี่วันก่อน Apple วางขาย iPhone XS และ iPhone XS Max ออกมาอย่างเป็นทางการในกลุ่มประเทศแรกแล้วนะครับ วันนี้ทาง Tech.Mthai ได้รวบรวม 20 จุดเด่นที่มีมาใน iPhone XS และ iPhone XS Max ให้ทุกคนได้ดูกัน
1.เป็น iPhone ที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งคู่
ใน iPhone XS และ iPhone XS Max นั้น แทบจะไม่มีความแตกต่างกันมากนอกจากขนาดและความละเอียดของหน้าจอ ซึ่งจุดนี้ทำให้ดูแตกต่างจาก iPhone โมเดล Plus ทีมีความต่างกันจาก iPhone โมเดลปกติทั้งขนาดจอและกล้องหลัง
2.มาด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว
ซึ่งถ้าติดตามข่าวกันมาตั้งแต่ตอนแรกจะรู้ดีอยู่แล้วนะครับว่า iPhone XS Max มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ในดีไซน์ไร้กรอบไร้ปุ่มโฮม ซึ่งทำให้ iPhone XS Max มีหน้าจอขนาดใหญ่ในขณะที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่า iPhone 8 Plus เล็กน้อย
3. Live Wallpaper ใหม่
แน่นอนครับว่า iPhone รุ่นใหม่จะมาพร้อม Wallpaper ใหม่เสมอ ซึ่งใน iPhone XS และ iPhone XS Max ก็มาพร้อม Live Wallpaper ใหม่ ถึง 3 แบบ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นถึงประสิทธิภาพของหน้าจอ Super Retina HD ของ iPhone
4.ขอบสแตนเลสสีทอง
ในปีที่แล้วการเปิดตัว iPhone X มาถึง 2 สี คือ สีเทา Space Gray และ สีเงิน Silver แต่ในปีนี้ Apple ได้เพิ่มสีทองให้กับ iPhone XS และ iPhone XS Max ซึ่งสีทองนี้เป็นสีทองแบบใหม่ที่แตกต่างจากสีทอง RoseGold และสีทองแบบใหม่นี้ทำให้ iPhone XS และ iPhone XS Max ออกมาดูดีมาก เพราะ ขอบสแตนเลสสีทอง และ ฝาหลังกระจกสีทอง จึงทำให้ iPhone ออกมาดูดี
5.กระจกที่แข็งแกร่ง
ด้วยบอดี้ของ iPhone XS และ iPhone XS Max เป็นกระจกแบบเดียวกับ iPhone X คือใช้กระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งนั่นหมายความว่า กระจกสามารถแตกได้ง่าย เมื่อเกิดการหล่น แต่ทาง Apple ได้เคลมว่ากระจกที่นำมาใช้กับ iPhone นั้นมีความแข็งแกร่งและทนทานมาก
6. มีเลนส์มุมกว้างที่ดีกว่าเดิม
iPhone XS มาพร้อมกับกล้องที่มีเลนส์มุมกว้าง และ f/1.8 แต่จุดที่ทำให้กล้องของ iPhone XS และ iPhone XS Max ต่างออกไปนั้นคือ เซนเซอร์ของกล้อง มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 32% แม้จะมาในความละเอียด 12 พิกเซล แต่ด้วยเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่าจะทำให้ iPhone XS และ iPhone XS Max ถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม
7.แสงแฟลชที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้น
การปรับปรุงแฟลชใหม่ใน iPhone XS และ iPhone XS Max ที่มาพร้อมระบบกันสั่นแบบใหม่ช่วยให้ ภาพที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้จะมีการเปิดใช้แฟลช
8. การถ่ายวิดีโอ 60 Fps และกล้อง TrueDepth
อย่างที่เราเห็นกันในตอนเปิดตัว iPhone Xs และ iPhone XS Max มีกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล แต่ก็มาพร้อมเซนเซอร์ที่ดี จนสามารถถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าที่ความละเอียด 1080P ได้ที่ 60Fps. และการปรับปรุงกล้อง TrueDepth ใหม่สามารถสแกนใบหน้าได้เร็วขึ้น และสามารถใช้งาน Animoji ได้ดีขึ้นกว่าเดิม
9. ฟีเจอร์ Smart HDR
ส่วนนี้ถือว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone ที่พัฒนาการถ่ายภาพ HDR ไปอีกขั้น และใช้ชื่อใหม่ว่า Smart HDR เพราะสามารถถ่ายภาพซ้อนกัน โดยไม่เกิด camera lag ได้ ซึ่งใน iPhone XS และ iPhone XS Max สามารถถ่ายภาพที่มีความต่างของแสงซ้อนได้ในเวลาไม่กี่วินาที จึงสามารถเก็บรายละเอียดแสงได้ทั้งหมด
10. ปรับแต่งการละลายฉากหลังได้
เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาให้กับ iPhone XS และ iPhone XS Max โดยผู้ใช้สามารถปรับการเบลอฉากหลังได้เมื่อถ่ายในโหมด Portrait โดยสามารถเลือกเบลอฉากหลังได้ตั้งแต่ f/1.4 – f/1.6
11. การบันทึกเสียงรอบทิศทางสำหรับวิดีโอ
ฟีเจอร์นี้ เป็นครั้งแรกของ iPhone ที่สามารถบันทึกเสียงระบบ Stereo เมื่อใช้ร่วมกับการถ่ายวิดีโอ ทำให้ได้เสียงที่ได้สมจริงรอบทิศทางมากขึ้น
12. มี Dynamic Range สำหรับวิดีโอ
เมื่อถ่ายวิดีโอที่ความเร็ว 30 Fps. iPhone XS สามารถช่วยให้ถ่ายวิดีโอในที่ที่มีความต่างแสงสูงมากได้ เพียงเข้าไปที่ ตั้งค่า – กล้อง -การบันทึกวิดีโอ แล้วเลือกไปที่ Auto Low Light FPS ซึ่งการตั้งค่านี้จะทำให้การบันทึกวิดีโอมีความเร็วลดลงเหลือ 24 Fps. เมื่อถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย
13. Face ID ที่เหนือกว่าเดิม
เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า iPhone X นั้นมาพร้อมกับ Face ID และไม่กลับไปใช้การสแกนลายนิ้วมือแล้ว แต่ Face ID ของ Apple เองก็ยังมีปัญหาอยู่ที่สแกนใบหน้าได้ช้า เมื่อเทียบกับการสแกนลายนิ้วมือ แต่ใน iPhone XS ได้รับการปรับปรุง Face ID ใหม่ทั้งในด้าน ทั้งในด้านอัลกอริทึมและประสิทธิภาพ ทำให้สแกนใบหน้าได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
14. ชิป A12 Bionic
การเปิดตัว iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อม ชิป A12 Bionic ซึ่งชิปตัวใหม่นี้มาพร้อมเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรครั้งแรกของโลก ทำให้ชิปนี้ประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 % ประหยัดมากถึง 50% และ GPU แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 50%
15. RAM 4GB
iPhone XS และ iPhone XS Max เป็น iPhone 2 รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ RAM 4GB เพราะในรุ่นก่อนหน้าและ iPhone XR เองมาพร้อมกับ RAM 3GB
16.ความจำภายในสูงสุด 512GB
เป็นจุดเด่นอีก 1 ของ iPhone XS และ iPhone XS Max เพราะเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมความจุสูงสุดขนาด 512GB
17.ระบบกันน้ำที่ดีกว่าเดิม
iPhone XS และ iPhone XS Max มาพร้อมระบบกันน้ำมาตรฐาน IP68 สามารถกันน้ำได้ที่ความลึก 2 เมตรเป็นเวลา 30 นาที
18.รองรับการใช้งาน 2 ซิม
iPhone XS และ iPhone XS Max รองรับการใช้งาน 2 ซิมแต่เป็นแบบ eSIM และ SIM ปกติ ซึ่ง eSim นั้นจะฝังอยู่ในตัวเครื่อง มีเพียงประเทศจีนประเทศเดียวเท่านั้น ที่รองรับการใช้ งาน 2 SIM จริงๆ
19. รองรับการใช้งาาน Gigabit LTE
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ iPhone X ยังไม่รองรับการใช้งาน Gigabit LTE แต่ตอนนี้ iPhone XS และ iPhone XS Max สามารถใช้ความเร็วในการดาวน์โหลดผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วระดับ Gigabit LTE ได้แล้ว ทำให้ผู้ใช้งาน iPhone สามารถใช้งานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
20. แบตเตอรี่ที่ใช้งานยาวนานขึ้น และการรองรับ Wireless Fast Charge
iPhone XS สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone X เป็นเวลา 30 นาที ส่วน iPhone XS Max เองก็มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ iPhone ทั้ง 2 รุ่น ยังรองรับ การชาร์จไร้สายความเร็วมาตรฐาน Qi 3
อย่างไรก็ตามนะครับนี่เป็นเพียงบางส่วนที่ทาง Apple พัฒนา iPhone XS ขึ้นมาจาก iPhone X เดิมซึ่งจากที่เราดูแล้วในปีนี้ Apple เน้นไปที่การพัฒนาการถ่ายภาพและวิดีโอที่มากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาหน้าจอใหม่ ใน iPhone XS Max
ที่มา 9to5mac






















No comments:
Post a Comment